ห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติ

ประวัติความเป็นมา

สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในหลากหลาย รูปแบบ เช่น ให้สวัสดิการ การรักษาพยาบาล ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย สวัสดิการการ คลอดบุตร โดยสมาคมฯ ต้องการให้สมาชิกมาพบปะสังสรรค์กันที่สมาคนฯ ดังนั้น จึงต้องการ ที่จะหาแรงจูงใจให้คนตาบอดมาที่สมาคมฯ โครงการ "หนังสือเสียงเพื่อประชาชน" ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้คนรักการอ่าน ห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติจึงได้ผลิตหนังสือเสียง และนิตยสารมิตรสนิท ซึ่ง เป็นนิตยสารราย 3 เดือนขึ้นมา วัตถุประสงค์เพื่อแจ้งข่าวสารกับสมาชิก โดยเนื้อหาจะมีการพูดถึงความเคลื่อนไหวของคนตาบอดในประเทศไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2520 มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระรมราชินูปถัมภ์ ได้เปิด "ห้องสมุดคอลฟิลด์" เพื่อเป็นการรำลึกถึงมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์ โดยคนตาบอดหลายคนได้เข้าไปเป็นกรรมการในห้องสมุดด้วย และสมาคมคนตาบอด แห่งประเทศไทย แบ่งหนังสือส่วนหนึ่งไปให้ห้องสมุดคอลฟิลด์ และเริ่มทำหนังสือเรียน ป้อนให้แก่คนตาบอด สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ได้มอบให้ห้องสมุดคอลฟิลด์ ดำเนินการจัดทำหนัง สือเรียนสำหรับคาตาบอด ด้วยเพราะเราข้อจำกัดด้านบุคลากร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2521-2522 สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ที่มีอาจารย์วิรัช ศรีตุลานนท์ เป็นนายกสมาคมฯ ได้พบกับตัวแทนสมาคมทหารผ่านศึกตาบอด เยอรมัน โดยมีการสอบถามถึงห้องสมุดคนตาบอดในประเทศไทย อาจารย์วิรัช บอกว่า มีห้องสมุด คอลฟิลด์ เพียงแห่งเดียว แต่ทหารผ่านศึกเยอรมันตอบมาว่า ห้องสมุดเพียงแห่งเดียว ไม่พอให้บริการกับจำนวนคนตาบอดในประเทศไทยซึ่งมีมาก และเขายินดีจะสนับสนุนห้องสมุดแถบเสียง ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 สมาคมทหารผ่านศึกตาบอด เยอรมัน ได้เดินทางมาที่ประเทศ ไทย เพื่อดูสถานที่ตั้งห้องสมุด ซึ่งขณะนั้นสมาคมคนตาบอดแห่ปงระเทศไทย ได้แยกออกมาเช่าตึกบริษัท สยามพืชไร่ จำกัด ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงภาพยนตร์เอเธนส์ สี่แยก ราชเทวี และเห็นว่า สถานที่ยังไม่เหมาะที่จะทำเป็นห้องสมุด ให้สมาคมฯ จัดหาสถานที่แห่งใหม่ การที่องค์กรเอกชนเพื่อคนตาบอดประเทศเยอรมนี จะมอบห้องสมุดคนตาบอด ให้สร้างความปีติยินดีให้กับผู้บริหารสมาคมฯ ในขณะนั้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยได้แจ้งกลับไปว่า กฎหมายไทยไม่ได้เปิดโอกาสให้องค์กรเอกชนมอบสิ่งของให้แก่สมาคมคนตาบอด ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนไทยได้โดยตรง การบริจาคจะต้องผ่านทางรัฐบาลเท่านั้น ผู้บริหาร สมาคมฯ จึงทำหนังสือแจ้งกลับไปยังสมาคมทหารผ่านศึกตาบอด เยอรมนี เพื่อถามเขาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่องค์กรเอกชนเพื่อคนตาบอดประเทศเยอรมนีจะมีหนังสือมาถึงรัฐบาลไทย โดยตรง เพื่อที่จะให้ทางราชการไทยเป็นคนกลางประสานงานรับอุปกรณ์ผ่านทางกระทรวง ศึกษาธิการ ซึ่งดูแลสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยอยู่ และก็เพื่อความสะดวกในการ นำเข้ามาด้วย (ไม่ต้องเสียภาษี) ดังนั้น สมาคมทหารผ่านศึกตาบอด เยอรมนี จึงมีหนังสือถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อแจ้งความประสงค์ในการมอบห้องสมุดคนตาบอด พร้อมอุปกรณ์ ให้แก่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เมื่อ พล.อ.เปรม รับหนัง สือแล้วก็ได้ส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตอบรับความปรารถนาดีนั้น และมีหนังสืออีกฉบับ หนึ่งส่งไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ในการอำนวยความสะดวก เพื่อนำเข้า อุปกรณ์การจัดตั้งห้องสมุดสำหรับคนตาบอด มูลค่า 1,000,000 บาท ให้กับสมาคมคน ตาบอดแห่งประเทศไทย ระหว่างนั้น สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยก็ได้พยายามหาเงินเพื่อจัดซื้อสถานที่ตั้งห้องสมุดคนตาบอด และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวง ศึกษาธิการ จำนวน 1,700,000 บาท ห้องสมุดคนตาบอด จึงเกิดขึ้นเมี่อปี พ.ศ. 2529 โดยใช้ชื่อว่า "ห้องสมุดไทย-เยอรมนี" และมีการนำเข้าเครื่องเข้ามาติดตั้ง และในโอกาสนี้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศ ไทย จึงถือโอกาสนี้ใช้อาคารเป็นสถานที่ตั้งของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ด้วย สำหรับพิธีการเปิดห้องสมุด นั้น มี ฯพณฯ มารุต บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ในขณะนั้น ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด การดำเนินงานครั้งแรกห้องสมุด ได้เชิญผู้ที่มีความสามารถเข้ามาช่วย อาทิ คุณหญิงแม้นมาศ เชาวลิต และเมื่อดำเนินการมาระยะหนึ่ง ได้มีการจัดหารายได้เพื่อ บำรุงห้องสมุดคือการเดินการกุศล การบริจาคเลือดให้สภากาชาดไทย และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเงินเป็นทุนทรัพย์ 100,000 แสนบาท เมื่อ รศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ เข้ามาเป็นประธานห้องสมุด เมื่อปี พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่มูลนิธิคนตาบอดไทย เกิดขึ้นมา รศ.วิริยะ เห็นว่า ต้องทำตามแนวทาง การบริการให้แก่สมาชิกคนตาบอดในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลาย โดยไม่ยึดถือรูปแบบห้อง สมุดคนตาดีเป็นหลัก และในปี พ.ศ. 2542 อาจารย์วิรัช ได้เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการ ห้องสมุด ซึ่งพบว่า ห้องสมุดไม่ได้ให้จัดหาที่นั่งไว้บริการสมาชิกที่มาห้องสมุดเลย มีเฉพาะการให้ยืมหนังสือ และเครื่องเล่นเทปกลับไปฟังที่บ้าน จนเสื่อมภาพไป เมื่อมีแนวคิดที่จะให้บริการสมาชิกด้วยการจัดหาสถานที่นั่งให้ ในที่สุดสมาคมคน ตาบอดฯ ก็ได้ยกบริเวณชั้น 2 ทั้งชั้นให้กับห้องสมุด ส่วนงบประมาณปรับปรุง นั้น สมาคมได้ขอเงินสนับสนุนจากหลายแหล่ง โดย แบ่งเป็นยอดเงินบริจาค 2 แสนบาท สำนักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม จำนวน 5 แสนบาท และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 5 แสนบาท จากจำนวนเงินดังกล่าว ห้องสุดจึงจัดสร้างห้องอัดเพิ่มขึ้นอีกเป็น 65 ห้อง และมีการขยายห้องให้มีที่นั่งไว้สมาชิกที่มาใช้บริการที่ห้องสมุดจำนวน 33 ที่นั่ง งานด้านบริหาร ห้องสมุดให้บริการเทป และพยายจัดทำในรูปแบบ mp 3 เพื่อความประหยัดและสะดวก เพราะเทป 10 ม้วนสามารถบันทุกลงในแผ่น CD ได้เพียง 1 แผ่น โดยเป็นเทปนวนิยาย ธรรมะ ประวัติศาสตร์ และหนังสือมิตรสนิท เป้าหมาย
1. ให้คนตาบอดรู้หนังสือมากขึ้น โดยเฉพาะคนตาบอดที่เรียนกับศูนย์การศึกษา นอกโรงเรียน (กศน.) แบ่งเป็นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยจัดพิมพ์หนังสือเรียนตามหลักสูตรกศน.
2. จัดทำหนังสือเทปบริการให้กับคนตาบอดที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง กว่า 50 คน และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยคนเหล่านี้ได้มาติดต่อขอให้ห้องสมุดจัดหาหนังสือเรียนที่เป็นเสียงให้ ดังนั้น ห้องสุดจึงได้นำบทเรียนที่สรุปโดยชมรมลูกพ่อขุน สรุปบทเรียนในตำราเรียน รวมทั้งมีบทสรุปย่อ เอาไว้ และคนตาบอดได้ไปซื้อมาให้ห้องสมุดจัดหาคนอ่านแล้วให้บริการกับสมาชิก
3. ห้องสมุดจะติดต่อหาอาสมัคร มาอ่านหนังสือให้กับนักเรียนที่ออกไปเรียนร่วมกับโรงเรียนปกติ แต่อ่านหนังสือไม่ทัน โดยจะหาอาสาสมัครมาอ่านตำราให้เด็กนักเรียนเหล่านั้นในวันเสาร์ และอาทิตย์ ด้วยเจตนาให้เป็นตาแทนคนตาบอด และจากที่ได้ดำเนินการมา 2 ปี เด็กที่ออกไปเรียนร่วมมีความสุขมาก
4. จากประสบการณ์คนตาบอดที่ไปเรียนต่างประเทศ รศ.วิริยะ บอกเล่าประสบการณ์ว่า มีอาสาสมัครอ่านหนังสือให้ทุกวัน

ดังนั้นในอนาคตจึงควรที่จะดึงให้คน ภายนอก เข้ามามีส่วนร่วมกับคนตาบอดในการให้ความรู้ และดึงอาสาสมัครมาร่วมงานกับ คนตาบอด ด้วย โดยเฉพาะโครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่บริเวณคลองบางกอกน้อย ซึ่งททท.จัดการท่องเที่ยวให้กับคนตาบอด และมีคนตาดีร่วมกิจกรรมด้วย เวลาเปิดบริการ บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ห้องสมุดคนตาบอดแห่งขาติ ชั้น 2 อาคารสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย