โครงการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้า ร่วมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย

ขอเชิญร่วมสนับสนุน ร่มคุณภาพดี ราคาเพียงคันละ 99 บาท

ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้า
ร่วมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย

โครงการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้า ร่วมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย

หลักการและเหตุผล

วัตถุประสงค์

กลุ่มเป้าหมาย

ระยะเวลาการดำเนินการ

ขั้นตอนในการดำเนินโครงงาน

กิจกรรมโครงการ

สถานที่ในการดำเนินโครงการ

ผู้รับผิดชอบโครงการ

งบประมาณ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. หลักการและเหตุผล

จากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้พระราชทานไว้ให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่มีต่อการพัฒนา ความว่า “การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติและคุณธรรมของบุคคล สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วน ล้วนพอเหมาะกันทุกๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด" บุคคล หน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต่างน้อมนำพระบรมราโชวาทข้างต้นมาถือปฏบัติด้วยความมุ่งมั่น ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง อันจะทำให้มีความพร้อมต่อการพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

อย่างไรก็ตามแม้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้มุ่งดำเนินการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทย ได้รับการศึกษาโดยถ้วนหน้า แต่ปรากฏว่ายังมีประชาชนในบางกลุ่มที่แทบจะไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาเลย คนตาบอดถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว จากการคาดประมาณขององค์การอนามัยโลก ได้ระบุว่าในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายจะมีจำนวนผู้พิการทางการมองเห็นอยู่ราวร้อยละ 1 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ประเทศไทยจึงน่าจะมีผู้พิการทางการมองเห็นไม่น้อยกว่า 6 แสนคน และจากประมาณการของมูลนิธิคนตาบอดไทย คาดว่ามีคนตาบอดไม่ถึงร้อยละ 20 ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาในระดับใดระดับหนึ่ง และมีคนตาบอดไม่ถึงร้อยละ 10 ที่สามารถเขียนอ่านอักษรเบรลล์ (อักษรจุดนูนสำหรับคนตาบอด) ได้ ขณะที่มีคนตาบอดไม่ถึงร้อยละ 5 ที่มีโอกาสประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น จึงปรากฏว่ามีคนตาบอดไทยเป็นจำนวนกว่า ร้อยละ 90 หรือเป็นจำนวนกว่า 500,000 คน ต้องตกอยู่ในสภาพของผู้ด้อยโอกาสในแทบทุกด้าน ไม่สามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องเป็นภาระพึ่งพิงผู้อื่นโดยถาวรหรือถูกทอดทิ้งให้เผชิญกับความทุกข์ยากนานาประการ

มูลนิธิคนตาบอดไทย ในฐานะเป็นหน่วยงานให้บริการแก่คนตาบอด ตระหนักดีถึงสถานการณ์ปัญหาข้างต้น จึงได้มุ่งดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนตาบอดได้เข้าถึงโอกาสด้านการศึกษาและมีงานทำ สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้ ตัวอย่างการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การจัดตั้งและดำเนินงานโรงเรียนสอนคนตาบอด จังหวัดแพร่ เพื่อขยายโอกาสด้านการศึกษาให้แก่เด็กตาบอดในชนบท การผลิตและบริการสื่อการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน นักศึกษาตาบอดในสถาบันการศึกษาต่างๆ การดำเนินงานห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารให้แก่คนตาบอดทั่วประเทศ ด้วยการให้บริการหนังสือเสียง และอุปกรณ์เครื่องอ่านหนังสือเสียง (เครื่องเล่นซีดี) การสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกอาชีพให้แก่คนตาบอดในชุมชน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมามูลนิธิฯได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งทรงพระราชทานแก่ผู้ทำงานด้านคนพิการความว่า “งานช่วยเหลือผู้พิการมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าผู้พิการมิได้เป็นผู้ที่อยากจะพิการ แต่อยากช่วยตนเอง ถ้าเราไม่สามารถช่วยเขาให้สามารถที่จะปฏิบัติงานอะไร เพื่อมีชีวิตและมีเศรษฐกิจของครอบครัว จะทำให้เกิดสิ่งที่หนักในครอบครัว หนักแก่สังคม ฉะนั้น นโยบายที่จะทำก็คือช่วยเขาให้ช่วยตัวเองได้ เพื่อที่จะให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม”

เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ นี้ มูลนิธิคนตาบอดไทย จึงได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ร่วมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย ขึ้น เพื่อเป็นสื่อกลางให้พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน ด้วยการร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทยให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ มีความพร้อมต่อการพัฒนาและการพึ่งพาตนเอง รวมทั้งสามารถเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า ต่อการร่วมพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไป

2. วัตถุประสงค์

2.1 ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา

2.2 เป็นสื่อกลางในการเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยร่วมทำกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย ตามแนวทางการช่วยเหลือคนพิการ ซึ่งพระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ในพระบรมราโชวาทแก่ผู้ทำงานด้านคนพิการตามหลักการที่ว่า ช่วยคนพิการ เพื่อให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้

2.3 เพื่อจัดกิจกรรมหารายได้จากการจำหน่ายร่ม จำนวน 800,000 คัน สำหรับเป็นงบประมาณด้านการขยายโอกาสทางการศึกษาและการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่คนตาบอดทั่วประเทศ

3. กลุ่มเป้าหมาย

3.1 กลุ่มผู้ให้การสนับสนุน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรท้องถิ่น บริษัท ห้าง ร้าน ประชาชนทั่วไป

3.2 กลุ่มผู้รับบริการ คนตาบอดจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน โดยเน้นกลุ่มเด็กตาบอดในวัยเรียน ตลอดจนคนตาบอดที่อยู่ในชนบท ซึ่งแทบจะไม่ได้รับโอกาสหรือความช่วยเหลือใด ๆ มาก่อน

4. ระยะเวลาดำเนินโครงการ

มกราคม - ธันวาคม 2550

5. ขั้นตอนในการดำเนินโครงการ

5.1 มกราคม 2550 เสนอโครงการ เพื่อขอรับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารมูลนิธิของคนตาบอดไทย

5.2 กุมภาพันธ์ 2550 ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงทราบ

5.3 กุมภาพันธ์ 2550 ประชุมบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ

5.4 กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2550 สั่งทำร่ม ๘๐ พรรษา ร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้า เพื่อนำมาจำหน่าย

5.5 มีนาคม 2550 จัดพิมพ์และจัดทำเอกสาร สื่อประชาสัมพันธ์ สำหรับใช้ในโครงการ

5.6 มีนาคม – ธันวาคม 2550 จัดจำหน่ายร่ม ๘๐ พรรษา ร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้า และติดต่อประสานงานกับบุคคล หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ

5.7 ธันวาคม 2550 ติดตามประเมินผล ดังนี้

5.7.1 จัดประชุมคณะกรรรมการโครงการเป็นระยะๆ เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการในภาพรวม

5.7.2 สรุปและรายงานผลการดำเนินงานไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคคล หน่วยงาน/องค์กร ที่ร่วมดำเนินโครงการ รวมทั้งนำรายได้จากโครงการมาใช้เป็นงบประมาณสนับสนุน การรู้หนังสือและการมีงานทำของคนตาบอดทั่วประเทศ

6. กิจกรรมโครงการ

6.1 กิจกรรมด้านการเป็นสื่อกลางในการเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยร่วมทำกิจกรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทย ตามแนวทางการช่วยเหลือคนพิการ ซึ่งพระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ในพระบรมราโชวาทแก่ผู้ทำงานด้านคนพิการตามหลักการที่ว่า ช่วยคนพิการ เพื่อให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้

6.1.1 จัดจำหน่ายร่ม จำนวน 800,000 คัน ผ่านช่องทางการจำหน่ายต่างๆ เช่น การจำหน่ายตรง โดยคนตาบอดและองค์กรด้านคนตาบอด การฝากวางจำหน่ายตามหน่วยงานและบริษัทห้างร้านต่างๆ และการจำหน่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์

6.1.2 การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของโครงการด้วยการส่งเอกสารถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง รวมทั้งการเผยแพร่ผ่านสื่อแขนงต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต และอื่นๆ

6.2 กิจกรรมด้านการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด

6.2.1 เผยแพร่รณรงค์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญและดำเนินการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมคนตาบอดในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น

6.2.2 สนับสนุนการสร้างโอกาสทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบให้แก่คนตาบอด เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการศึกษา การผลิตและให้บริการหนังสือเสียงและหนังสืออักษรเบรลล์เพื่อใช้ในการศึกษา การฝึกอบรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนการขยายบริการห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติเพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่คนตาบอด

6.2.3 ขยายการให้บริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกอาชีพ ตลอดจนการส่งเสริมการประกอบอาชีพไปยังคนตาบอดทั่วประเทศ โดยการดำเนินงานจะมีทั้งที่มูลนิธิฯ ดำเนินการเองและส่วนที่มูลนิธิฯ จะให้การสนับสนุนองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ไปช่วยกันดำเนินการ

7. สถานที่ในการดำเนินโครงการ

จัดจำหน่ายร่มและเชิญชวนผู้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการจากทั่วประเทศ ทั้งนี้โดยมีมูลนิธิของคนตาบอดไทย ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของโครงการ

8. ผู้รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิของคนตาบอดไทย เลขที่ 85/1-2 ซอยบุญอยู่ ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2248-0555, 0-2246-3835 ต่อ 200-202 โทรสาร 0-2248-0556 (ดูรายละเอียดโครงการได้ที่ www.tab.or.th)

9. งบประมาณ

9.1 งบประมาณรายจ่าย

1.ค่าต้นทุนจัดทำร่มผ้าไนล่อนป้องกันรังสี UV มาตรฐาน ISO 9001 จำนวน 800,000 คัน x 69.80 บาท เป็นเงิน55,840,000บาท

2.ค่าจัดพิมพ์โปสเตอร์ (จำนวน20,000แผ่น) และเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการฯ (จำนวน 10,000 ชุด) รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น51,000บาท

3.ค่าจัดส่งเอกสารและไปรษณีย์ จำนวน 10,000 แห่ง x 9 บาท รวมเป็นเงิน90,000บาท
4.ค่าใช้จ่ายด้านการประสานงานในการจัดจำหน่าย2,400,000บาท

9.2 งบประมาณรายรับ

1.รับจากการจัดจำหน่ายร่ม จำนวน 800,000 คัน x คันละ 99 บาท เป็นเงิน 79,200,000บาท

10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

10.1 มูลนิธิของคนตาบอดไทยได้เป็นตัวแทนของคนตาบอดไทยในการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา

10.2 พสกนิกรชาวไทยร่วมทำกิจกรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านการร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดไทยตามแนวทางการช่วยเหลือคนพิการ ซึ่งพระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ในพระบรมราโชวาทแก่ผู้ทำงานด้านคนพิการตามหลักการที่ว่า ช่วยคนพิการ เพื่อให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้

10.3 มูลนิธิฯ ได้รับรายได้จากการจำหน่ายร่มจำนวน 800,000 คัน ภายหลังจากหักรายจ่ายแล้วเป็นจำนวนเงิน 20,819,000 บาท สำหรับเป็นงบประมาณในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ