ชมรมณ์เยาวชนตาบอดไทยจัดแข่งขันฟุตบอลเยาวชนตาบอดชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ทีมชนะเลิศรับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 2 หมื่นบาท นายพีรพงศ์ ประธานชมรม กล่าว คนตาบอดสามารถทำสิ่งต่างๆได้มากมาย แต่คนในสังคมยังไม่ทราบ บางอย่างที่คนตาบอดทำไม่ได้ก็เพราะสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อความพิการ หากมีปัจจัยสนับสนุนความบกพร่อง คนตาบอดก็สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดังเช่นคนสายตาปกติ
ชมรมเยาวชนตาบอดไทยเปิดโครงการ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนตาบอดไทย ครั้งที่ 4 ซึ่งจะแข่งขันในระหว่างวันที่ 18 – 21 เมษายน 2552 ณ จังหวัด อุบลราชธานี โดยเปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมจากทั่วประเทศจำนวน 6 ทีม
การแข่งขันจะใช้ระบบพบกันหมด หลังจากนั้นจะนำทีมที่มีคะแนนอันดับ 1 กับอันดับ 2 มาชิงชนะเลิศ และนำทีมที่มีคะแนนอันดับ 3 กับอันดับ 4 มาชิงชนะเลิศอันดับ 3 โดยทีมชนะเลิศจะได้ครองถ้วยชนะเลิศจากนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเงินรางวัลจำนวน 2 หมื่นบาท ทีมรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 1.2 หมื่นบาท ทีมรองชนะเลิศอันดับสองจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 8 พันบาท และทีมที่ได้อันดับ 4 5 และ 6 จะได้รับเงินบำรุงทีม ทีมละ 2 พันบาท
อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเพิ่มความสนุกในการแข่งขัน และเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจแก่นักกีฬา ชมรมเยาวชนตาบอดไทยจึงเห็นชอบให้มีรางวัลเพิ่มขึ้นมากกว่าการแข่งขันทั้งสามครั้งที่ผ่านมา โดยผู้ทำประตูสูงสุดหรือดาวซัลโวจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 1 พันบาท ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 5 ร้อยบาท ผู้เล่นกองหลังหรือผู้เล่นตาบอดสนิทยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 1 พันบาท ผู้เล่นทรงคุณค่า (man of the tournament) จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 1 พันบาท และทีมที่มีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยม (fairplay team) จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 2 พันบาท
นายพีรพงศ์ จารุสาน ประธานเยาวชนตาบอดไทย กล่าวว่า “การเล่นกีฬาทำให้เราได้ออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตมีรสชาดมากขึ้น อย่ามัวแต่เคร่งเคลียดกับงานหรือวิกฤติบ้านเมือง หันมาเล่นกีฬาเพื่อให้เรารู้ว่าตัวเราเองมีคุณค่าเช่นกัน เราสามารถเล่นกีฬาได้ เราสามารถมีความสุขได้ ความตาบอดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเล่นกีฬาหรือการทำสิ่งต่างๆ หากปัจจัยแวดล้อมเอื้อหรือสนับสนุนความบกพร่อง คือ มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่รองรับและโอกาศที่เปิดกว้าง คนพิการก็จะสามารถทำสิ่งต่างๆได้ไม่แพ้คนปกติ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในทุกด้าน ไม่ต้องพึ่งพิงหรือเป็นภาระคนใกล้เคียงตลอดไป”
นอกจากนี้ ประธานชมรมเยาวชนตาบอดไทยยังได้กล่าวเชิญชวนคนตาบอดทั่วประเทศให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้ เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้ว่า คนตาบอดนั้นสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่พวกเขาคิด อย่างน้อยเมื่อสังคมรับรู้ว่าคนตาบอดสามารถเล่นฟุตบอลได้ก็จะบังเกิดความประหลาดใจ และสนใจติดตาม อันจะส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติขึ้นได้ จากเดิมที่มักจะคิดกันว่า คนตาบอดทำอะไรไม่ได้ มีความสามารถอย่างจำกัด ก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่คิดนั้นผิด
โดยการแข่งขันฟุตบอลของคนตาบอดนั้นจะใช้ลูกฟุตบอลปราสติกที่มีลูกปัดอยู่ด้านใน เมื่อลูกฟุตบอลเคลื่อนที่จะมีเสียงดัง คนตาบอดก็จะเตะตามเสียงนั้น ขณะทำการแข่งขันนักเตะจำเป็นต้องมีปราสาทการรับฟังที่ดี มีการเตะที่แม่นยำ และมีการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมเป็นอย่างดี โดยในแต่ละทีมจะประกอบไปด้วยผู้เล่นตาบอดสนิทและผู้เล่นสายตาเลือนลาง ส่วนกติกาการแข่งขันนั้นส่วนใหญ่จะนำกติกาสากลของการแข่งขันฟุตบอลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับความบกพร่องทางการมองเห็น
สำหรับโครงการการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนตาบอดไทยนั้นเป็นโครงการที่ชมรมเยาวชนตาบอดไทยได้ดำเนินการจัดขึ้นมาแล้วเป็นจำนวนสามครั้งด้วยกัน ซึ่งในทุกครั้งจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนต่างๆ โดยการแข่งขันแต่ละครั้งจะจัดในช่วงเวลาและพื้นที่ที่มีความใกล้เคียงกับการจัดงานการประชุมสมัชชาคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งกับการประชุมสมัชชาคนตาบอดแห่งชาติด้วย และการแข่งขันในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน การประชุมสมัชชาคนตาบอดแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2552 จะจัดขึ้น ณ จังหวัดอุบลราชธานี ดังนั้น การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนตาบอดไทย ครั้งที่ 4 จึงจัดขึ้น ณ จังหวัดอุบลราชธานีด้วย
ทั้งนี้ หากผู้ใดสนใจเข้าร่วมหรือต้องการสอบถามข้อมูลการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่
นายอภิราม เงาศรี รองประธานชมรมเยาวชนตาบอดไทย โทรศัพท์ : 0 87978 7714
นายพีรพงศ์ จารุสาร ประธานชมรมเยาวชนตาบอดไทย โทรศัพท์ : 0 86839 5650