เชิญร่วมงานวันรำลึกอาจารย์เยเนวีฟ คอลฟิลด์ ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ในวันศุกร์ที่ 12 ธค. 2551 นี้

 
                ในวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551  กองทุนอาจารย์ เยเนวีฟ คอลฟิลด์ เพื่อการศึกษาและส่งเสริมคุณภาพสังคมไทย จัดงานวันรำลึกอาจารย์เยเนวีฟ คอลฟีลด์ขึ้น ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ โดยงานจะเริ่มด้วยพิธีกรรมทางคริสต์ศาสนา (มิสซา) ตั้งแต่เช้าตรู่ ตามด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนตาบอด การแสดงดนตรีจากวงดนตรีไดมอน การเสวนาในหัวข้อ “จากหลุยเบลร์ล (louis Braille) สู่อาจารย์เจเนวีฟคอลฟิลด์ บทเรียนการต่อสู้และมรดกอุดมการณ์ต่อคนตาบอดไทย” การบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรี การประกาสผลการประกวดการเขียนเรียงความ ฯลฯ 
 
                กองทุนอาจารย์ เยเนวีฟ คอลฟิลด์ เพื่อการศึกษาและส่งเสริมคุณภาพสังคมไทย จึงขอเชิญชวนคนตาบอดและบุคคลทั่วไปเข้าร่วมงานเพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติของอาจารย์เยเนวีฟ คอลฟิลด์ซึ่งเปรียบเสมือนแม่พระในดวงใจของคนตาบอด และร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆมากมาย
 
                มิส เจนีวีฟ คอลฟิลด์ เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2431 ณ มลรัฐเวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกาและถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2515 ในกรุงเทพมหานคร เมื่อท่านอายุได้ 2 เดือน เกิดอุบัติเหตุยาหกเข้าตา จึงทำให้ท่านต้องกลายเป็นเด็กตาพิการไปตลอดชีวิต แต่ท่านก็ได้รับการอบรมเหมือนเด็กปกติจาก ครอบครัวและโรงเรียน จน จบขั้นปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียนิวยอร์ด
 
                เมื่อ พ.ศ. 2466 ท่านได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยเจตนารมณ์ที่จะสร้างความเข้าใจระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกัน โดยท่านเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมชาย(สายตาปกติ) และคนทั่วไป พร้อมกับเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับ กิจกรรมของคนตาบอดที่นั่น เพราะประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนคนตาบอดอยู่แล้วหลายโรงเรียน 
 
                ในปี พ.ศ. 2479 มิสคอลฟิลด์ เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อขออนุญาตรัฐบาลไทย จัดตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รัฐบาลไทย ในสมัยนั้นมิได้ขัดข้อง แต่ไม่สามารถให้ความสนับสนุนได้เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ท่านจึงกลับไปประเทศญี่ปุ่นและอเมริกาเพื่อรวบรวมทุนและอุปกรณ์สำหรับคนตาบอด จนกระทั่งได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ.2481 (ขณะนั้นท่านอายุได้ 50 ปี) เพื่อเตรียมการเปิดโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้น ณ ซอยก็อชเช่ ศาลาแดง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2482งานครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนจากนักเรียนและข้าราชการไทยที่มิสคอลฟิลด์ได้พบเมื่อยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมิตรสหาย ชาวไทยและชาวต่างประเทศอีกมากมาย และหลังจากนั้นมิสคอลฟิลด์กับคณะได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น(10 พฤษภาคม 2482) ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า "มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์"
 
                มิส เจนีวีฟ คอลฟิลด์ ได้อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังใจ ความคิด และบางครั้งท่านก็ได้สละทรัพย์สินส่วนตัวแก่คนตาบอด ท่านไม่มีมรดก ไม่มีเงินเดือน รายได้ที่นำมาเลี้ยงตนเองได้มาจากการเขียนหนังสือ และสอนภาษาอังกฤษแก่คนตาดี รางวัลที่มีค่าที่สุดที่ได้รับขณะมีชีวิตคือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ (จ.ม.) จากประเทศไทย เหรียญตรา จากประเทศญี่ปุ่น รางวันแม็กไซไซ จากประเทศฟิลิปปินส์ และเหรียญ เสรีภาพ จากประเทศสหรัฐอเมริกา รางวัลเหล่านั้นมิได้ทำให้ท่านภาคภูมิใจเท่ากับรางวัลความรักความเทิดทูนกตัญญูกตเวทีที่ศิษย์ตาบอดมอบให้แด่ท่าน รวมทั้งความสำเร็จด้านการศึกษา และการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมของเขาเหล่านี้ ซึ่งเป็นรางวัลอันล้ำค่าสำหรับท่าน
 
                บั้นปลายของชีวิตท่านได้ปรารภอยู่เสมอว่า “จะขอตายในแผ่นดินไทยท่ามกลางศิษย์ตาบอดที่รักของท่าน” ท่านปรารถนาเหลือเกินที่จะเห็นการศึกษาของคนตาบอดเป็นการศึกษาที่ขยายกว้างไกลออกไปกว่าที่เป็นอยู่ อยากให้มีโรงเรียนสอนคนตาบอดมากขึ้น มีในทุกภาคของประเทศ ท่านอยากเห็นคนพิการทั้งหลายในประเทศ (โดยเฉพาะคนตาบอด) ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม มีสิทธิเสมอภาคตามกฎหมายทัดเทียมกับคนปกติ
 
                มิสคอลฟิลด์ยามพบปะกับบุคคลในทุกวงการต่างชี้แจงให้เขาเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ท่านอยากเห็นคนตาบอดได้เข้ารับราชการเหมือนคนตาบอดในต่างประเทศ เพราะกฎหมาย ไทยถือว่าคนพิการเป็นคนทุพพลภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และในกฎ ก.พ.ห้ามมิให้คนพิการเข้ารับราชการ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2518 จึงได้มีการแก้กฎหมายให้คนพิการรับราชการได้
 
                คำสอนอันล้ำค่าที่ท่านให้ไว้แก่คนตาบอด คือ "จงรู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว” 
 
                ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2552 ถือได้ว่าเป็นปีที่สำคัญยิ่งของคนตาบอด เพราะนอกเหนือจากจะครบ 70 ปี การศึกษาคนตาบอดไทยแล้ว  ยังเป็นปีที่คนตาบอดทั่วโลกได้ร่วมกันเฉลิมฉลองครบ 200 ปี ของหลุยส์เบรลล์ ผู้จุดประกายแสงสว่างของคนในโลกมืด อีกด้วย โดยทั้งอาจารย์เยเนวีฟ คอลฟิลด์ และหลุยส์เบรลล์ นั้นเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อคนตาบอดไทยยิ่งนัก โดยเฉพาะอาจารย์เยเนวีฟ คอลฟิลด์ ซึ่งเปรียบเสมือนแม่พระในดวงใจของคนตาบอดไทย คนตาบอดจึงต่างพร้อมใจกันร่วมเฉลิมฉลองและประกาศเกียรติคุณของท่านทั้งสองให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั่วไป