แถลงการณ์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและเครือข่ายคนพิการแห่งชาติ เรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไร้ความสามารถในการบริหารประเทศหรือไม่

ตามที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวขอโทษ กรณีให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า คนตาบอดเป็นคนไร้ความสามารถตามกฎหมาย ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ และไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งต่อมานายชวรัตน์ยังได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นฉบับวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ อีกว่า “ที่ให้สัมภาษณ์ไปว่าคนตาบอดเป็นคนไร้ความสามารถตามกฎหมาย ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ และไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้นมิได้มีเจตนาดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนตาบอดแต่อย่างใด หากแต่เท่าที่ทราบมาคนตาบอดเป็นคนไร้ความสามารถตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จริง ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ ในส่วนประเด็นที่ว่ามีสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่นั้นตนจะขอตรวจสอบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการเลือกตั้งอีกครั้ง หากปรากฏว่าไม่ได้บัญญัติจำกัดสิทธิในการเลือกตั้งของคนตาบอด ตามที่ได้ให้สัมภาษณ์ไปตนก็พร้อมจะขอโทษคนตาบอด“
ฝ่ายกฎหมายของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยนักกฎหมายตาบอดทั้งสิ้นได้ตรวจสอบบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วพบว่า ในมาตรา ๒๘ อันว่าด้วยบทบัญญัติที่เกี่ยวกับคนไร้ความสามารถตามกฎหมายบัญญัติว่า “บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้” จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าไม่มีถ้อยคำใดเลยที่แสดงว่าคนตาบอดเป็นคนไร้ความสามารถ หรือไม่สามารถทำนิติกรรมได้อย่างที่นายชวรัตน์ให้สัมภาษณ์ รวมทั้งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยังจัดทำบัตรทาบเพื่อให้คนตาบอดใช้ในการเลือกตั้งทุกครั้งด้วย
สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รับผิดชอบในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอันเป็นการให้ข้อมูลเท็จแก่สังคม ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดการดูหมิ่นว่าคนตาบอดไร้ความสามารถเพราะเชื่อบทสัมภาษณ์ดังกล่าวแล้ว ยังอาจจะมีคำถามต่อมาอีกด้วยว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของประเทศ แต่กลับให้ข้อมูลเท็จกับสังคมถึงสองครั้งสองคราวเช่นนี้
นายชวรัตน์กำลังกลายเป็นคนไร้ความสามารถในการบริหารประเทศหรือไม่ หรือทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำลังไร้ความสามารถในการใช้และการตีความกฎหมายไปด้วยกันแน่
อย่างไรก็ตามทางสมาคมคนตาบอดฯ ต้องขอขอบคุณหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นที่ได้ตรวจสอบและเสนอข้อมูลที่เป็นจริงแก่สังคมในประเด็นที่ว่าคนตาบอดมีสิทธิเลือกตั้ง และไม่ได้เป็นผู้ต้องห้ามใช้สิทธิดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๐
สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและเครือข่ายคนพิการแห่งชาติ
๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒